สำหรับปี 2563 นี้สำนักจุฬาราชมนตรีของไทยได้ประกาศว่า ปีนี้เดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอด จะเริ่มต้นในเย็นวันที่ 23 เมษายน 63 ไปจนกระทั่งค่ำของวันที่ 23 พฤษภาคม 63 โดยในช่วงรอมฎอนนี้พี่น้องชาวมุสลิม จะปฏิบัติศาสนกิจแด่อัลเลาะห์ ซึ่งจะประกอบไปด้วยการอดอาหาร ละเว้นจากเครื่องดื่ม งดเว้นตนเองจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยพี่น้องชาวมุสลิมทุกคนจะต้องเข้มงวดระมัดระวังตนเองไม่ให้ไปเกี่ยวข้องสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ที่ระบุไว้เป็นข้อห้ามทางศาสนา อย่างการสนทนา ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์ ก็จะต้องระวังคำพูด ไม่พูดโกหก ไม่พูดเรื่องไร้สาระหรือหยาบคาย ไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่ ขัดต่อคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้า

การปฏิบัติดังที่กล่าวมาสำหรับพี่น้องชาวมุสลิมแล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกแต่อย่างใด แต่สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่มุสลิม อาจสงสัยว่าการที่จะต้องถือศีลอดต่อเนื่องประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวันตลอด 1 เดือนเช่นนี้ ร่างกายของพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ครั้งนี้เราจึงมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาบอกเล่ากัน

เข้าใจก่อนว่าศีลอดไม่ใช่การอดอาหารทุกอย่าง

ช่วงรอมฎอนพี่น้องมุสลิมต้องอดอาหารและน้ำเป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมงก็จริง แต่ทั้งนี้ใช่ว่าจะกินอะไรไม่ได้เลย มีผลไม้อย่างหนึ่งที่สามารถกินได้ในระหว่างปฏิบัติศีลอด นั่นก็คือ “อินทผาลัม” เนื่องจากว่าในคัมภีร์อัลกุรอานได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าอินทผาลัมเป็นผลไม้ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้แก่มวลมนุษย์ ชาวมุสลิมจึงถือว่าเป็นอาหารฮาลาล หรือเป็นอาหารที่อนุญาตให้สามารถที่จะกินได้ระหว่างปฏิบัติศีลอด ซึ่งผลไม้ชนิดนี้ก็อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ให้พลังงานสามารถแก้กระหายน้ำได้ด้วย จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ชาวมุสลิมสามารถปฏิบัติศีลอดได้ต่อเนื่องโดยร่างกายไม่อ่อนเพลียและไม่เกิดปัญหาสุขภาพ

ช่วงที่ยากลำบากที่สุด

ในช่วงที่กำลังจะเข้าสู่รอมฎอน พี่น้องมุสลิมหลาย ๆ คนจะเริ่มมีการปรับตัวก่อน เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าในช่วงที่ยากที่สุดของการปฏิบัติศีลอดก็จะอยู่ในช่วง 2 – 3 วันแรก หากใครไม่เริ่มต้นปรับตัวก่อนหน้านั้น ก็จะรู้สึกว่าเป็นการปฏิบัติที่ยากลำบากมาก เนื่องจากกลไกของร่างกายยังไม่ชินกับการเข้าสู่ “ภาวะอดอาหาร” แต่ถ้าใครที่ปรับตัวเปลี่ยนการกินมาก่อนบ้างแล้ว พอเข้าสู่ช่วงปฏิบัติศีลอด ร่างกายก็จะมีการปรับเปลี่ยนเอากลูโคสมาเป็นพลังงาน หลังจากร่างกายใช้กลูโคสหมด ก็จะเปลี่ยนเอาไขมันมาใช้แทน เมื่อร่างกายเริ่มเผาผลาญไขมันไปใช้สักระยะ ร่างกายก็จะเริ่มปรับสมดุลในตัวเอง

ช่วงที่จะต้องระวังอย่างมาก

หลังจากผ่านพ้น 2 – 3 วันแรกมาได้ ก็ยังมีสิ่งที่จะต้องระวังต่อไปสำหรับการปฏิบัติศีลอดก็คือ เรื่องของภาวะขาดน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการช็อคได้ ซึ่งการที่สามารถกินอินทผาลัมได้นี่เองที่ทำให้ร่างกายได้น้ำและวิตามินเกลือแร่มาชดเชย ทำให้พี่น้องมุสลิมสามารถที่จะปฏิบัติศีลอดไปได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงท้าย

ระยะเวลาที่ร่างกายถอนพิษ

การปฏิบัติศีลอดนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งก็ได้ ที่พี่น้องชาวมุสลิมใช้เป็นวิธีการถอนพิษออกจากร่างกาย เพราะในแต่ละวันร่างกายเราจะรับอาหารเข้าไปในแบบที่หลากหลาย อวัยวะภายในทั้งกระเพาะ ลำไส้ ตับ ไต ต่างล้วนต้องทำงานอย่างหนัก การอดอาหารนี้นอกจากจะเป็นการปฏิบัติเพื่อชำระจิตใจเพื่อพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ยังเป็นการชำระร่างกายภายในให้สะอาดอีกด้วย ซึ่งหลังจาก 15 วันเป็นต้นไป ร่างกายของผู้ที่ปฏิบัติศีลอดมาจะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า “ถอนพิษ” หรือปรับตัวให้เข้ากับการอดอาหารอย่างสมบูรณ์ อวัยวะภายในต่าง ๆ จะทำงานน้อยลงเหมือนเป็นการพักไปในตัว รวมถึงกระบวนการนี้ยังเป็นการขับไขมันเลวออกจากร่างกายไปอีกทางหนึ่งด้วยนั่นเอง

นี่คือสิ่งน่ารู้ที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้ ซึ่งเผยให้เห็นว่าเดือนรอมฎอนถือเป็นช่วงที่ชาวมุสลิมได้ทำการชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อม ๆ กัน และพวกเขาก็มีกลวิธีที่ทำให้สามารถอดอาหารและน้ำได้เป็นเดือนอย่างชาญฉลาดจริง ๆ

 อยู่บ้านและช้อปอย่างสบายใจไปด้วยกันกับ #ShopeeFromHome Month ช้อปสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในบ้าน อาหาร น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง และอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวันลดราคาถูกสุดๆ ช้อปแค่ 0 บาทก็ส่งฟรีถึงบ้าน! พร้อมรับ Coin Cashback ปังๆ 20% ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 6 – 29 เมษายนนี้!